
ไม้เผา (Charred Wood) ใช้ภายนอกอาคารดีจริงหรือ?
ถนอม ‘ไม้’ ด้วย ‘ไฟ’
SHOU SUGI BAN หรือ YAKISUGI เป็นเทคนิคการเผาผิวไม้แบบดั้งเดิมของชาวญี่ปุ่นที่มีมาแต่ช้านาน เป็นการเลือกใช้ ‘เปลวไฟ’ ในการเปลี่ยนแปลงสภาพและสารเคมีภายในไม้ ด้วยการใช้ไฟเผาผิวไม้ให้ไหม้เกรียม เพื่อให้ลวดลายของแผ่นไม้มีความชัดเจนและเด่นชัดชึ้น
ในเริ่มแรก ช่างไม้ชาวญี่ปุ่นใช้ไฟในการเผาผิวไม้ ในเชิงงานศิลปะที่ต้องการสร้างความแปลกใหม่ในการทำงานไม้โดยมีทั้งแบบการเผาแบบเพียงบางส่วนเพื่อให้เกิดลาย (Lightly Brushed) และการเผาผิวไม้ทั้งชิ้นให้ไหม้ดำ (Heavily Brushed)
และในเวลาต่อมา การเผาผิวไม้ก็ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายไปทั่วโลก โดยเฉพาะในแถบยุโรปและอเมริกา ที่นำการเผาผิวไม้นี้มาใช้งานทางด้านสถาปัตยกรรมและงานออกแบบ ด้วยเหตุที่ว่า การเผาผิวไม้ เป็นวิธีการรักษาเนื้อไม้ในวิถีธรรมชาติแบบดั้งเดิม ที่ราคาไม่สูง ปลอดภัย ไม่มีสารพิษอันตราย และยังช่วยลดการยืดหดตัวของแผ่นไม้จากแสงแดด ความแปรผันของสภาพภูมิอากาศ ที่เป็นปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งต่องานไม้ โดยเฉพาะในงานไม้แผ่นใหญ่แผ่นเดียว (Charred Slabwood )
การเผาผิวไม้นี้ ยังทำให้แผ่นไม้มีอายุการใช้งานให้ยาวนานขึ้น โดยเฉลี่ยมากถึง 80-100 ปี โดยที่สีดำจากการเผาไหม้ ไม่หลุดลอกซีดจาง และไม่ต้องทำผิวซ้ำบ่อยๆเหมือนการย้อมสีบนผิวไม้โดยทั่วไป นอกจากนั้นแล้ว การเผาผิวไม้ จะมีส่วนช่วยในการป้องกัน-ลดความเสี่ยงจากปลวกและแมลงกินไม้ต่างๆได้อีกด้วย เพราะส่วนผิวที่ไหม้ไฟจะช่วยปกป้องเนื้อไม้ด้านใน ไม่ให้แมลงเข้ากินเนื้อไม้ได้อย่างง่ายดาย
ถือว่าเป็นที่วิธีที่เก่าแก่วิธีหนึ่งที่เลือกใช้การป้องกันไม้จากไฟ ด้วย ไฟ เพราะในเบื้องต้นแล้ว ไม้จะมีองค์ประกอบหลักๆอยู่ 2 ส่วน คือ Cellulose และ Lignin
โดยที่ Cellulose (เซลลูโลส) จะเป็นส่วนที่จะเจริญเติบโตต่อไปเป็นลำต้น กิ่ง ก้าน ใบ ส่วน Lignin (ลิกนิน) จะเป็นส่วนที่อยู่ในเนื้อเยื่อของไม้ที่บ่งบอกความแข็งแรงทนทานที่จะเพิ่มขึ้นตามอายุของต้นไม้ ดังนั้น เมื่อมีการจุดไฟเผาไม้ เซลลูโลส หรือส่วนที่อ่อนนุ่มกว่า จะเป็นส่วนที่ติดไฟง่ายและถูกเผาไหม้หมดก่อน และในขณะเดียวกัน ส่วนที่เป็นลิกนินจะใช้เวลานานกว่าในการเผาไหม้ติดไฟ และยิ่งไปกว่านั้น ส่วนเซลลูโลส หรือ ผิวไม้ด้านนอกที่ถูกเผาไหม้ ออกไปเหลือเพียงส่วนของลิกนินที่ไหม้ดำ ก็จะกลายเป็นฉนวนกันไฟไปโดยปริยาย และหากต้องการจะเผาให้ติดไฟอีกครั้ง จึงจะต้องใช้อุณหภูมิที่สูงขึ้นและนานขึ้น เพราะส่วนที่ติดไฟง่ายนั้น ได้ถูกระเหยและไหม้เกรียมไปหมดแล้ว
โดยกระบวนการเผาผิวไม้ไม้แผ่นเดียวนี้ จะเริ่มจากการเตรียมแผ่นไม้ที่ต้องการทำ ทำความสะอาดพื้นผิว ปรับไสบระดับแผ่นไม้ เพื่อเตรียมไว้สำหรับการทำเผาผิวไม้ (Charring wood) ให้ได้ลวดลายที่ต้องการ หรือให้เต็มทั้งแผ่น และเริ่มทำการเผาไฟลงบนผิวไม้ และเมื่อครบทั้งแผ่นแล้ว จะเป็นขั้นตอนของการทำให้แผ่นไม้ที่ถูกเผาเย็นลง (Cooling wood) ต่อด้วยการขัดลายให้เห็นได้อย่างชัดเจนขึ้น จากนั้น จึงทำความสะอาดแผ่นไม้ (Cleaning wood) เพื่อเข้าสู่การเคลือบและทำผิว (Finishing wood) เป็นขั้นตอนสุดท้าย ก่อนประกอบเช้ากับชิ้นงานที่ออกแบบไว้
ดังนั้น การเลือกชนิดไม้สนอเมริกาที่เป็นสนเนื้อแข็ง และมีลวดลายชัดสวยงามแบบสน แต่ยังคงมีความคงทน สูงนำมาทำการเผาจึงมี ส่วนสำคัญในการสร้างชิ้นงาน ที่จะทำให้แผ่นไม้ชิ้นนั้นๆ เกิดลวดลายสวยงามที่จะเอกลักษณ์ได้เช่นกัน



